ลองนึกถึงสัตว์ที่หน้าตาเหมือนลูกสนเดินได้ ตัวคลุมด้วยเกล็ดแข็งเรียงซ้อนกันตั้งแต่หัวจรดปลายหาง เวลาตกใจจะม้วนตัวเป็นลูกบอลจนแม้แต่สิงโตก็กัดไม่เข้า มีลิ้นยาวกว่าลำตัวของตัวเอง และไม่มีฟันสักซี่เดียวในปาก
นั่นคือ ลิ่น หรือที่คนไทยหลายพื้นที่เรียกว่า ตัวนิ่ม ภาษาอังกฤษเรียกว่า pangolin
มันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวในโลกที่มีเกล็ดปกคลุมทั้งตัว ไม่มีสัตว์กลุ่มอื่นที่ทำแบบนี้ได้เลย และข้อเท็จจริงอีกข้อที่น่าเศร้ากว่ามาก คือมันได้ชื่อว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ถูกลักลอบค้ามากที่สุดในโลก
บทความนี้จะพาไปรู้จักมันตั้งแต่ต้น ว่ามีกี่ชนิด กินอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร มีประโยชน์ต่อป่าแค่ไหน ยังเหลืออยู่เท่าไหร่ ทำไมถึงถูกล่าหนักขนาดนี้ และประเทศไทยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร
ลิ่นคืออะไร มีกี่ชนิด
ลิ่นอยู่ในวงศ์ Manidae อันดับ Pholidota ซึ่งเป็นอันดับที่มีสมาชิกอยู่เพียงวงศ์เดียวและสกุลเพียงสามสกุล คือ Manis, Phataginus และ Smutsia รวมแล้วมี 8 ชนิดที่ยังมีชีวิตอยู่
แบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน
| ภูมิภาค | จำนวน | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|
| เอเชีย (อินโด-มลายัน) | 4 ชนิด | มีขนแทรกอยู่ระหว่างเกล็ด ซึ่งฝั่งแอฟริกาไม่มี |
| แอฟริกา | 4 ชนิด | ไม่มีขนระหว่างเกล็ด มีทั้งชนิดอยู่บนดินและบนต้นไม้ |
เรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด: ลิ่นไม่ใช่ญาติของตัวกินมด (anteater) หรือตัวนิ่มอาร์มาดิลโล แม้หน้าตาและพฤติกรรมจะคล้ายกันมาก สัตว์สามกลุ่มนี้อยู่คนละอันดับกันโดยสิ้นเชิง ความคล้ายที่เห็นเกิดจากวิวัฒนาการเบนเข้าหากัน (convergent evolution) คือสัตว์ที่ไม่ได้เป็นญาติกัน แต่กินอาหารแบบเดียวกัน จึงพัฒนาเครื่องมือคล้ายกันขึ้นมาเองต่างหาก — ลิ้นยาว กรงเล็บใหญ่ และการไม่มีฟัน
เกล็ด: เกราะที่ทั้งช่วยชีวิตและฆ่ามัน
ทำจากอะไร
เกล็ดของลิ่นทำจากเคราติน ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่ประกอบเป็นเล็บมือเล็บเท้าและเส้นผมของมนุษย์ ไม่ใช่กระดูก ไม่ใช่งา ไม่มีคุณสมบัติพิเศษใดๆ ทางเคมีที่ต่างจากเล็บคน
ข้อเท็จจริงข้อนี้สำคัญมาก และเราจะกลับมาพูดถึงมันอีกครั้งในหัวข้อเรื่องการลักลอบค้า
เกล็ดเรียงซ้อนทับกันเหมือนกลีบอาร์ติโช้ค และงอกยาวขึ้นเรื่อยๆ ตลอดชีวิตเหมือนเส้นผม โดยขอบเกล็ดจะถูกลับให้สั้นลงเองตามธรรมชาติจากการที่ลิ่นขุดดินและมุดโพรงหาปลวกหามดอยู่ทุกวัน
วิธีป้องกันตัว
เมื่อรู้สึกถึงอันตราย ลิ่นจะม้วนตัวเป็นลูกบอล เอาหัวซุกไว้ใต้หาง เกล็ดทุกแผ่นจะชี้ตั้งขึ้นกลายเป็นเกราะหนามรอบตัว
กลยุทธ์นี้ได้ผลดีมากกับผู้ล่าตามธรรมชาติ มีบันทึกว่าแม้แต่สิงโตก็กัดลิ่นที่ม้วนตัวแล้วไม่เข้า ต้องเลิกล้มความตั้งใจไปเอง
โศกนาฏกรรมของวิวัฒนาการ: การม้วนตัวที่ช่วยชีวิตลิ่นมาหลายสิบล้านปี กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้มันถูกจับง่ายที่สุดในโลกเมื่อเจอมนุษย์ เพราะแทนที่จะวิ่งหนี มันจะหยุดนิ่งแล้วม้วนตัวรอ ซึ่งแปลว่าคนที่เจอมันแค่ก้มลงหยิบใส่กระสอบก็จบแล้ว ไม่ต้องไล่ ไม่ต้องยิง ไม่ต้องวางกับดัก
กินอะไร และกินอย่างไร
ลิ่นเป็นสัตว์กินแมลงเฉพาะทาง อาหารแทบทั้งหมดคือ มด ปลวก และตัวอ่อนของแมลง เท่านั้น ไม่กินพืช ไม่กินเนื้อสัตว์อื่น
ตัวเลขที่ทำให้เห็นภาพชัดที่สุดคือ ลิ่นโตเต็มวัยหนึ่งตัวกินแมลงได้มากถึงราว 70 ล้านตัวต่อปี
ลิ้นที่ยาวกว่าตัวเอง
ลิ้นของลิ่นยาวกว่าความยาวลำตัวทั้งตัว ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าแล้วมันเก็บลิ้นไว้ตรงไหน
คำตอบคือลิ่นมีโครงสร้างภายในพิเศษ โดยโคนลิ้นไม่ได้ยึดอยู่กับกระดูกไฮออยด์ในลำคอเหมือนสัตว์ทั่วไป แต่ทอดยาวลึกเข้าไปในช่องอก ไปยึดอยู่แถวซี่โครงซี่สุดท้ายและกระดูกเชิงกราน พูดง่ายๆ คือลิ้นของมันเริ่มต้นจากบริเวณใกล้สะโพก
ไม่มีฟันสักซี่
ลิ่นไม่มีฟันเลยแม้แต่ซี่เดียว หัวเล็กและเรียวแหลม เคี้ยวอาหารไม่ได้
มันแก้ปัญหานี้ด้วยกระเพาะอาหารที่ทำงานเหมือนกึ๋นของนก ผนังกระเพาะเป็นกล้ามเนื้อหนาและมีหนามเคราตินยื่นเข้าไปด้านใน ที่สำคัญคือลิ่นจะกลืนก้อนกรวดเล็กๆ เข้าไปด้วย เพื่อช่วยบดมดและปลวกให้แหลกในกระเพาะ
อุปกรณ์บุกรังมด
ลิ่นใช้กรงเล็บหน้าที่ใหญ่และแข็งแรงมาก ขุดทลายจอมปลวกและรังมด แล้วแลบลิ้นเหนียวเข้าไปกวาดกิน
แต่การบุกรังมดมีราคาที่ต้องจ่าย เพราะมดจะกรูขึ้นมารุมกัด ลิ่นจึงมีกลไกป้องกันที่น่าทึ่ง คือปิดรูหูและรูจมูกได้สนิทเพื่อไม่ให้มดไต่เข้าไป และมีหนังตาหนาเป็นพิเศษไว้กันการกัดที่ดวงตา
ใช้ชีวิตอย่างไร
กลางคืนและตัวเดียว
ลิ่นเป็นสัตว์หากินกลางคืนและใช้ชีวิตโดดเดี่ยว ไม่อยู่เป็นฝูง กลางวันจะนอนหลับอยู่ในโพรง แล้วออกมาหากินตอนมืด
นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรารู้จักลิ่นน้อยมากเมื่อเทียบกับสัตว์ป่าชนิดอื่น เพราะแทบไม่มีใครเห็นมันในธรรมชาติ
โพรงสองแบบ
ลิ่นขุดโพรงเองโดยใช้กรงเล็บหน้า และที่น่าสนใจคือมันขุดโพรงสองประเภทที่ต่างกัน
- โพรงพักผ่อน — ใช้นอนและหลบภัย ขนาดใหญ่กว่ามาก บางโพรงลึกหลายเมตร
- โพรงหากิน — ขุดตื้นๆ ชั่วคราวเพื่อเข้าถึงรังมดหรือปลวก ใช้แล้วทิ้ง
ปีนต้นไม้ได้ด้วย
ลิ่นหลายชนิดเป็นนักปีนต้นไม้ที่เก่งมาก โดยใช้กรงเล็บเกาะเปลือกไม้ และใช้หางที่ยึดเกาะได้ (prehensile tail) พันกิ่งไม้ไว้เหมือนมือที่สาม บางชนิดใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนต้นไม้ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะลิ่นชวาที่พบในบ้านเรา
ลูกลิ่น
ลิ่นออกลูกครั้งละตัวเดียวเป็นส่วนใหญ่ (มีรายงานแฝดบ้างแต่น้อยมาก) ระยะตั้งท้องแตกต่างกันไปตามชนิด ตั้งแต่ราว 130 วันไปจนถึงราว 6 เดือน
ภาพที่คนจำได้มากที่สุดเกี่ยวกับลิ่นคือลูกลิ่นเกาะอยู่บนหลังหรือบนโคนหางของแม่ ไปไหนไปด้วยตลอดช่วงแรกของชีวิต และเมื่อแม่ม้วนตัวป้องกันตัว มันจะม้วนห่อหุ้มลูกไว้ข้างในด้วย
อัตราการเกิดที่ต่ำมากนี้ คือหัวใจของปัญหาการอนุรักษ์ทั้งหมด — ลิ่นเกิดช้ากว่าที่มนุษย์ล่ามันไปอย่างเทียบกันไม่ติด
มีประโยชน์อะไรต่อระบบนิเวศ
คำตอบสั้นๆ คือมีมาก และเป็นประโยชน์ที่หาตัวแทนได้ยาก
นักกำจัดปลวกที่ไม่คิดค่าจ้าง
ด้วยการกินแมลงปีละราว 70 ล้านตัว ลิ่นทำหน้าที่ควบคุมประชากรมดและปลวกในระบบนิเวศโดยตรง มีการประเมินว่าลิ่นเพียงตัวเดียวกินปลวกได้มากพอที่จะปกป้องพื้นที่กว่า 40 เอเคอร์ (ราว 100 ไร่) จากความเสียหายที่ปลวกก่อ
ลองคิดในมุมของเกษตรกร นี่คือการกำจัดปลวกฟรีในพื้นที่ร้อยไร่ โดยไม่ใช้สารเคมีแม้แต่หยดเดียว
วิศวกรดิน
การขุดโพรงและขุดดินหาอาหารตลอดทั้งคืน ทำให้ลิ่นกลายเป็นตัวพรวนดินธรรมชาติ ช่วยให้
- ดินโปร่งขึ้น อากาศและน้ำซึมลงได้ดีขึ้น
- อินทรียวัตถุถูกพลิกกลับ ช่วยกระจายแร่ธาตุในดิน
- เมล็ดพืชงอกได้ดีขึ้น เพราะสภาพดินเหมาะสมกว่าเดิม
บ้านของสัตว์อื่น
โพรงที่ลิ่นขุดทิ้งไว้ไม่ได้ว่างเปล่า สัตว์อื่นจำนวนมากเข้าไปใช้เป็นที่อยู่อาศัยและที่หลบภัยต่อ ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก สัตว์เลื้อยคลาน และแมลง ทำให้ลิ่นถูกจัดเป็นวิศวกรระบบนิเวศ (ecosystem engineer) เช่นเดียวกับบีเวอร์
เหลืออยู่เท่าไหร่ และสถานะการอนุรักษ์
ความจริงที่ต้องพูดตรงๆ ก่อน
ไม่มีใครรู้ว่าโลกนี้เหลือลิ่นอยู่กี่ตัว และนี่ไม่ใช่การเลี่ยงตอบ แต่เป็นความจริงที่นักวิทยาศาสตร์ยอมรับกันเอง เพราะลิ่นหากินกลางคืน อยู่ตัวเดียว ซ่อนตัวเก่ง และอาศัยในป่าทึบ ทำให้การสำรวจประชากรทำได้ยากมากจนยังไม่มีตัวเลขที่เชื่อถือได้ในระดับโลก สิ่งที่เรารู้แน่คือแนวโน้มกำลังลดลงอย่างรุนแรงทุกชนิด
สถานะตามบัญชีแดง IUCN
สิ่งที่ชัดเจนมากคือ ลิ่นทั้ง 8 ชนิดถูกจัดเป็นสัตว์ที่ถูกคุกคามทั้งหมด ไม่มีชนิดไหนปลอดภัยเลยแม้แต่ชนิดเดียว โดยอยู่ในระดับ Vulnerable (เสี่ยงสูญพันธุ์), Endangered (ใกล้สูญพันธุ์) หรือ Critically Endangered (ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง)
ชนิดที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะ
| ชนิด | ชื่อวิทยาศาสตร์ | สถานะ IUCN |
|---|---|---|
| ลิ่นชวา (ลิ่นมลายู) | Manis javanica | Critically Endangered |
| ลิ่นจีน | Manis pentadactyla | Critically Endangered |
| ลิ่นอินเดีย | Manis crassicaudata | Endangered |
| ลิ่นฟิลิปปินส์ | Manis culionensis | Critically Endangered |
การประเมินลิ่นชวาเป็น Critically Endangered ตั้งอยู่บนการคาดการณ์ว่าประชากรอาจลดลงมากถึง 80% ภายในสองทศวรรษข้างหน้า
ทำไมถึงถูกล่ามากที่สุดในโลก
ลิ่นถูกล่าด้วยสองเหตุผลหลัก
- เนื้อ — ถูกมองเป็นอาหารหรูในบางประเทศ ราคาสูงมาก
- เกล็ด — ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาแผนโบราณบางสำนัก
และนี่คือจุดที่เจ็บปวดที่สุดของเรื่องทั้งหมด — อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าเกล็ดลิ่นทำจากเคราติน ซึ่งเป็นสารเดียวกับเล็บมือของเราเอง ในทางเคมีแล้วการกินเกล็ดลิ่นให้ผลไม่ต่างจากการกัดเล็บตัวเอง
สัตว์ชนิดหนึ่งกำลังจะสูญพันธุ์ไปจากโลก เพราะความเชื่อเกี่ยวกับวัสดุที่มนุษย์ทุกคนมีติดตัวอยู่แล้วที่ปลายนิ้วทั้งสิบ
ตัวเลขการลักลอบค้า
ประมาณการระบุว่าในรอบสิบปีที่ผ่านมามีลิ่นถูกลักลอบล่ามากกว่าหนึ่งล้านตัว บางแหล่งข้อมูลประเมินว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้หลายเท่า เพราะที่จับได้คือส่วนน้อยของที่ลักลอบจริง
ความคืบหน้าด้านการคุ้มครอง
มีข่าวดีอยู่บ้างในช่วงสิบปีหลัง
- ปี 2559 — ที่ประชุม CITES ยกระดับลิ่นทั้ง 8 ชนิดขึ้นสู่ บัญชีที่ 1 (Appendix I) ซึ่งเป็นระดับคุ้มครองสูงสุด ห้ามการค้าระหว่างประเทศเพื่อการพาณิชย์โดยสิ้นเชิง
- ปี 2563 — จีนซึ่งเป็นประเทศปลายทางหลัก ประกาศถอดเกล็ดลิ่นออกจากรายการส่วนประกอบยาแผนโบราณที่รับรองอย่างเป็นทางการ
แต่การค้าใต้ดินยังดำเนินต่อไป และเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ เพื่อหลบการตรวจจับ
ลิ่นในประเทศไทย
เรามีกี่ชนิด
ประเทศไทยมีลิ่น 2 ชนิด
- ลิ่นชวา (Manis javanica) — พบได้กว้างกว่า อาศัยในป่าดิบและป่าทุติยภูมิ รวมถึงสวนยางและสวนปาล์ม ปีนต้นไม้เก่ง
- ลิ่นจีน (Manis pentadactyla) — พบทางตอนเหนือ มักอยู่ในพื้นที่สูงกว่า
ข้อมูลระบุว่าในอดีตลิ่นชวาเคยพบได้ทั่วประเทศไทย แต่ปัจจุบันหายไปจากพื้นที่ราบลุ่มเกือบทั้งหมดแล้ว จากการขยายพื้นที่เกษตรและการล่า
สถานะทางกฎหมาย
ลิ่นเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายไทย การล่า ครอบครอง ค้า หรือนำเข้าส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
ไทยในฐานะทางผ่าน
เรื่องที่คนไทยควรรู้มากที่สุดคือ ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านสำคัญของขบวนการค้าลิ่นข้ามชาติ
มีคดีที่เจ้าหน้าที่สกัดจับรถบรรทุกที่ลักลอบขนเกล็ดลิ่นน้ำหนักรวมราว 1,400 กิโลกรัม บรรจุในกระสอบ 42 ใบ มูลค่าหลายสิบล้านบาท
สิ่งที่น่าตกใจคือเส้นทางการค้า ซึ่งพบว่าต้นทางมาไกลถึงทวีปแอฟริกา ผ่านประเทศไทย เพื่อไปยังปลายทางในภูมิภาค และรูปแบบการลักลอบก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่ขนลิ่นทั้งตัวเป็นๆ มาเป็นการถอดเกล็ดออกแล้วขนเฉพาะเกล็ด เพราะตรวจจับได้ยากกว่าและขนได้ปริมาณมากกว่า
เรื่องอื่นที่ควรรู้
เลี้ยงไม่ได้ และไม่ควรคิดจะเลี้ยง
ลิ่นเป็นสัตว์ที่เลี้ยงในกรงยากมากจนแทบเป็นไปไม่ได้ มีรายงานตรงกันว่ามันตายง่ายอย่างยิ่งเมื่อถูกกักขัง เพราะอาหารเฉพาะทางเกินไป (ต้องเป็นมดและปลวกสดในปริมาณมหาศาลทุกวัน) และเครียดง่ายมาก
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์จึงไม่ใช่ทางออก ลิ่นที่อยู่ในตลาดมืดเกือบทั้งหมดจึงมาจากการจับจากป่าโดยตรง
อายุขัย
ข้อมูลอายุขัยในธรรมชาติยังจำกัดมาก เพราะไม่เคยมีการศึกษาระยะยาวที่ตีพิมพ์ออกมา เนื่องจากติดตามตัวได้ยากและเลี้ยงไว้ศึกษาก็ไม่รอด มีเพียงข้อมูลบางชนิดที่ระบุอายุขัยราว 13 ปี
ถ้าเจอลิ่นควรทำอย่างไร
- อย่าจับ อย่าเข้าใกล้ ปล่อยให้มันเดินไปตามทางของมัน
- อย่าถ่ายรูปแล้วระบุพิกัดที่พบลงโซเชียล เพราะอาจกลายเป็นข้อมูลให้ผู้ลักลอบล่าตามไปหาได้
- ถ้าพบว่าบาดเจ็บหรือถูกจับไว้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือสายด่วนแจ้งเหตุสัตว์ป่า
สรุป
ลิ่นหรือตัวนิ่มเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวในโลกที่มีเกล็ดปกคลุมทั้งตัว มี 8 ชนิด แบ่งเป็นเอเชีย 4 และแอฟริกา 4 ไม่ใช่ญาติของตัวกินมดหรืออาร์มาดิลโลแต่อย่างใด
มันกินมดและปลวกอย่างเดียว ปีละราว 70 ล้านตัว ด้วยลิ้นที่ยาวกว่าลำตัวและยึดอยู่ลึกถึงช่องอก ไม่มีฟันสักซี่ ใช้กระเพาะแบบกึ๋นนกกับก้อนกรวดบดอาหารแทน และปิดหูปิดจมูกได้เวลาบุกรังมด
มันหากินกลางคืน อยู่ตัวเดียว ขุดโพรงสองแบบ ปีนต้นไม้โดยใช้หางยึดเกาะ และออกลูกครั้งละตัวเดียวโดยให้ลูกเกาะหลังไปด้วย
ในแง่ระบบนิเวศ มันคือนักกำจัดปลวกที่ลิ่นตัวเดียวดูแลพื้นที่ได้ราวร้อยไร่ เป็นตัวพรวนดิน และโพรงที่ทิ้งไว้กลายเป็นบ้านของสัตว์อื่น
เราไม่รู้ว่าเหลืออยู่กี่ตัวเพราะสำรวจยากเกินไป แต่รู้แน่ว่าทั้ง 8 ชนิดถูกคุกคามหมด และลิ่นชวาที่มีในไทยอยู่ในระดับใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
มันถูกล่าเพราะเนื้อและเกล็ด ทั้งที่เกล็ดทำจากเคราตินชนิดเดียวกับเล็บมือมนุษย์ ปี 2559 CITES ยกระดับคุ้มครองสูงสุดห้ามค้าระหว่างประเทศ และปี 2563 จีนถอดเกล็ดลิ่นออกจากตำรับยาที่รับรอง แต่การค้าใต้ดินยังไม่หยุด
และสิ่งที่คนไทยควรรู้ที่สุด — ประเทศเราไม่ได้เป็นแค่ถิ่นอาศัยของลิ่น แต่ยังเป็นทางผ่านของขบวนการค้าข้ามชาติที่มีต้นทางไกลถึงแอฟริกา
แหล่งอ้างอิง
- Pangolin – Wikipedia (ภาพรวมชีววิทยา ชนิด และการกระจายตัว)
- Animal Diversity Web – Manidae (pangolins)
- Save Pangolins – About Pangolins
- Zoological Society of London – Pangolins
- WWF – Pangolin Facts: Characteristics, Diet & Conservation
- African Pangolin Working Group – What is a pangolin
- AAAS – Weird and Wonderful Creatures: The Pangolin
- Born Free USA – Pangolins: Facts, Habitat, Endangered Status
- Pangolin Crisis Fund – The Pangolin: An Insect Slurping Master
- WildAid – 10 Things You Didn't Know About Pangolins
- A-Z Animals – The Pangolin's Tongue (โครงสร้างลิ้นและจุดยึด)
- National Geographic Kids – Pangolin facts
- National Geographic – Pangolin facts and information
- Wildlife Conservation Network – Persistent Pangolins: Nature's Pest Control and Soil Caretakers
- World Animal Protection – 13 Facts About Pangolins
- Animal Diversity Web – Manis javanica (พฤติกรรมและการสืบพันธุ์)
- Sunda pangolin – Wikipedia
- Thai National Parks – Sunda pangolin (Manis javanica) ในประเทศไทย
- Indian pangolin – Wikipedia (ระยะตั้งท้องและการเลี้ยงลูก)
- Long term monitoring of the reproductive behavior of wild Chinese pangolin (Manis pentadactyla)
- IUCN SSC Pangolin Specialist Group – Pangolins
- Mongabay – Three pangolin species closer to extinction: IUCN
- Global Conservation – Sunda Pangolin
- Pangolin trade – Wikipedia
- CNN – CITES votes to protect most trafficked mammal (การยกระดับสู่ Appendix I ปี 2559)
- Phys.org – Nearly 900,000 pangolins trafficked worldwide
- Esri – Breakthrough Map Reveals Supply Chain of the World's Most Trafficked Mammal
- Thai PBS – ตัวลิ่น หรือ นิ่ม สัตว์ป่าคุ้มครองไทย
- Thai PBS – จับแก๊งลักลอบค้าเกล็ดตัวลิ่นข้ามชาติ ยึด 1,400 กิโลกรัม
- Thai PBS – แก๊งค้าลิ่นเปลี่ยนรูปแบบถอดเกล็ดขาย
- ThaiPublica – ไทยปิดล้อมเส้นทางอาชญากรรมลักลอบค้าตัวลิ่นข้ามชาติ
- NationTV – เปิดเส้นทางค้าตัวลิ่น สกัดขบวนการข้ามชาติใช้ไทยทางผ่าน
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (สถานะสัตว์ป่าคุ้มครองและการแจ้งเหตุ)